Tag Archives: แฟชั่น

ผ้ามัดย้อมแฟชั่น

ผ้ามัดย้อมแฟชั่น

ผ้ามัดย้อมแฟชั่น

  ผ้ามัดย้อมแฟชั่น

ผ้ามัดย้อมแฟชั่น

ใครที่เคยมองว่าเสื้อผ้ามัดย้อมนั้นเชยสะบัด ขอให้สลัดภาพเหล่านั้นทิ้งไปได้เลย เพราะเดี๋ยวนี้ วงการแฟชั่นทั่วโลกต่างก็หยิบเอาลายผ้ามัดย้อมมาเล่นเป็นกิมมิกเก๋ ๆ จนมีเสื้อผ้ามัดย้อมหลากสไตล์ หลายสีสันให้เลือกใส่ ไม่ได้มีแต่สีรุ้งหรือสีครามแบบที่บ้านเราคุ้นตากันอีกต่อไปแล้ว บอกเลยว่าเป็นสไตล์แฟชั่นที่เหมาะกับอากาศในประเทศไทยมาก ๆ เพราะเนื้อผ้าส่วนใหญ่จะเบา ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี แถมยังมั่นใจได้เลยว่าชุดที่คุณใส่จะไม่ซ้ำใครแน่นอน เพราะเสน่ห์ของเสื้อผ้ามัดย้อม ก็คือลวดลวยที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ ตัวนี่แหละ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

แฟชั่นชุดทองกวาว

แฟชั่นชุดทองกวาว

แฟชั่นชุดทองกวาว

แฟชั่นชุดทองกวาว

แฟชั่นชุดทองกวาว

  ชุดทองกวาว จะเป็นชุดเดรสลายดอก ที่มีสีสันสดใส โดดเด่น แนวชุดย้อนยุค แบบทองกวาว ในเรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง คุณสาวๆ สามารถใส่ไปทำงานก็ได้ หรือใส่ตอนเทศกาลก็ได้นะคะ ไม่ว่าจะใส่ไปงานลอยกระทง สงกรานต์ งานปีใหม่ งานวัด ก็ยังได้นะคะ  แหมๆ ถึงจะย้อนยุคนิดๆ แต่ก็สวยได้ในทุกสถานการณ์ i99bet

แฟชั่นชุดทองกวาว

 

 

แฟชั่นชุดทองกวาว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://darindoodee.wordpress.com

โด่งดังไกลถึงต่างแดน

โด่งดังไกลถึงต่างแดน แฟชั่นผ้าไทยทันสมัยไม่คร่ำครึ

โด่งดังไกลถึงต่างแดน ส่อง “แฟชั่น” 3 สาวคนดังใส่ “ผ้าไทย” !
เมื่อก่อนผู้หญิงไทยอาจจะเคยมอง “ผ้าไทย” ทอมือว่าเป็นของเชย คร่ำครึ ไม่ทันสมัย มีแต่ยายแก่ๆ ใส่กัน แต่เชื่อมั้ย? วันนี้คุณค่าของ “ผ้าไทย” ถูกตีความใหม่ ออกแบบใหม่ จนกลายเป็น “แฟชั่น” ที่ทันสมัย ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย เรียกว่าเป็นเทรนด์ “แฟชั่น” 2-3 ปีมานี้ “ผ้าไทย” มาแรงแซงทางโค้งเลยทีเดียว

โด่งดังไกลถึงต่างแดน

ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะชวนคุณไปส่อง “แฟชั่น” เสื้อผ้าที่ตัดจาก “ผ้าไทย” สวมใส่โดยสาวสวยคนดังของเมืองไทย 3 แนว 3 สไตล์ อย่าง แพนเค้ก เขมนิจ, แพรี่ พาย (อมตา จิตตะเสนีย์) และ แหวนแหวน ปวริศา ซึ่งเป็นสาวไทยที่นำความงดงามของผ้าไทยสวมใส่ไปอวดสายตาชาวโลกในต่างแดนได้อย่างสวยงามลงตัว

1. ผ้าไหมปักม้ง สไตล์แพนเค้ก เขมนิจ
แพนเค้ก เขมนิจ สาวสวยมากความสามารถ เป็นทั้งนักแสดงและนางแบบระดับโลก มีโอกาสได้สวมใส่ชุดแฟชั่น “ผ้าไทย” จากผ้าไหมสีแดงเพลิง และผ้าปักม้งแดง ของแบรนด์ไทยชื่อดัง ไปร่วมเดินอวดโฉมผ้าไทยใน London Fashion Week 2019 เมื่อไม่นานมานี้

โด่งดังไกลถึงต่างแดน

ซึ่งผ้าไหมไทยสีแดงชุดนี้ ออกแบบและตัดออกมาได้สวยเก๋ โมเดิร์น หรูหรามีระดับ สวยแบบไฮเอนด์สุดๆ ไปเลย นอกจากนี้แพนเค้กยังเป็นคนดังที่มีไลฟ์สไตล์ชอบสวมใส่เสื้อผ้า “แฟชั่น” ที่ตัดจาก “ผ้าไทย” ในโอกาสต่างๆ ในชีวิตประจำวันด้วย

2. ผ้าไหมโมเดิร์น สไตล์แพรี่ พาย
ถัดมาเป็นสาวสวย make up Artist ชื่อดังระดับโลกอย่าง แพรี่ พาย ที่เป็นอีกคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดแฟชั่นผ้าไทยไปอวดสายตาชาวต่างชาติ ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เธอตระเวนไปเสาะหาและเรียนรู้เกี่ยวกับ “ผ้าไทย” ในภูมิภาคต่างๆ ในประเทศไทยแล้วนำมาออกแบบตัดเป็นชุด “แฟชั่น” จาก “ผ้าไทย” ในรูปแบบที่แตกต่างและอาร์ตมากๆ มีความเป็น “แฟชั่น” เสื้อผ้าแนวใหม่ที่น่าสนใจ และน่าสวมใส่มากทีเดียว

โด่งดังไกลถึงต่างแดน

สำหรับประเทศต่างแดนที่เธอสวมใส่ผ้าไทยไปเยือน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ Rue de Courcelles ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส, เมืองแซงต์ เอมิลิยอง (Saint-Émilion) ประเทศฝรั่งเศส, เมืองบอร์กโดซ์ (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส, เที่ยวทะเลที่มัลดีฟส์, กรุงโซล ประเทศเกาหลี, Universal Studios Hollywood สหรัฐฯ, LACMA Los Angeles สหรัฐฯ เป็นต้น

3. ชุดผ้าไทยและกระเป๋า สไตล์แหวนแหวน
ปิดท้ายกับ “แฟชั่น” เสื้อผ้าจาก “ผ้าไทย” รวมไปถึงกระเป๋าถือที่ตัดเย็บจาก “ผ้าไทย” ที่ถูกถ่ายทอดความงดงามโดย แหวนแหวน ปวริศา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาวคนดังของเมืองไทยที่เลือกสวมใส่ผ้าไทยไปโชว์ความงามที่ต่างแดน

โด่งดังไกลถึงต่างแดน

สำหรับประเทศต่างๆ ที่เธอสวมใส่ผ้าไทยไปเยือน ได้แก่ Cookie Time Cookie Bar Harajuku ประเทศญี่ปุ่น, Duomo di Milano-Duomo Cathedral ประเทศอิตาลี , Charles Bridge และ Old Town กรุงปราก ประเทศเช็กเกีย, Times Square, New York City สหรัฐฯ, Brooklyn, New York สหรัฐฯ, John F. Kennedy Presidential Library and Museum สหรัฐฯ เป็นต้น i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

Lead Makeup

แฟชั่นสั่งตาย โศกนาฏกรรมความงามที่ไม่อาจคาดคิด

แฟชั่นสั่งตาย แฟชั่นที่เลิศหรู อลังการ แบบพวกคนชั้นสูง เจ้าชาย เจ้าหญิงนำมาประชันกันในงานสรรสรรค์ งานเลี้ยง น ซึ่งถ้าคุณประมาทละก็คุณอาจตายได้

ถ้าใครเคยดูหนังดูการ์ตูนเกี่ยวกับสังคมไอโซในยุคยุโรปกลาง คุณคงเห็นแฟชั่นที่เลิศหรู อลังการ แบบพวกคนชั้นสูง เจ้าชาย เจ้าหญิงนำมาประชันกันในงานสรรสรรค์ งานเลี้ยง จนคุณต้องอิจฉาตาร้อนกับความอลังการเหล่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าแฟชั่นค่านิยมแบบนี้มันแฝงไปด้วยอันตราย และเรื่องน่ากลัวอยู่เยอะเหมือนกัน ซึ่งถ้าคุณประมาทละก็คุณอาจตายได้

วันนี้ก็มี 6 อันดับมาฝาก เป็นแฟชั่นสมัยก่อน หรู อลังการมาก จนไม่น่าเชื่อว่ามันมีเรื่องน่ากลัวเกี่ยวกับตัวมันด้วย

อันดับ 6 คริโนไลน์(crinoline)  i99bet

คริโนไลน์

คริโนไลน์(crinoline) เป็นกระโปรงที่สวมบนสุ่ม (เพื่อให้กระโปรงบานออก) เป็นชุดที่มีกระโปรงบานๆ บานมากบานจนเหมือนสุ่มไก่บ้านเราโดยเขาจะทำเป็นโครงให้ให้มันบานใหญ่ โดยโครงทำมาจากมันทำจากขนม้า, เส้นป่าน หรือเหล็ก ซึ่งมันได้รับความนิยมในหมู่คนชั้นสูงในศตวรรษที่ 19

ทำไมมันถึงน่ากลัว? การออกแบบคริโนไลน์ของมันตอบสนองได้ดีทีเดียวเลยแหละเมื่อมีลมแรงๆ มาพัดอย่างกะทันหัน กระโปรงบานๆ ของเจ้าหล่อนจะถูกพัดเหมือนกับร่ม(กาง)ที่ปลิวของลมนั้นแหละ มีหลายรายถูกลมพัดดันให้ตกจากที่สูง(ที่ออกงานของพวกเธออยู่ที่สูงๆ ทั้งสิ้นนี้) และบางรายเพราะหายใจไม่ออกเพราะลมพัดแรงจนโครงเหล็กรัดตัวเธอจนกระดูกหัก บางรายกระโปรงเกิดไปเกี่ยวกับรถม้าและลากผู้หญิงที่ส่งเสียงร้องกรี๊ดตามท้องถนน แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือกระโปรงนี้ติดไฟง่ายสุดๆ และเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่ตายเพราะกระโปรงตัวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1863 ในSantiago ประเทศซิลี ในอเมริกาใต้ มีคนตายกว่า 2000 – 3000 คน ในขณะไฟไหม้โบสถ์ เมื่อไฟผ้าคลุมหน้าต่างโบสถ์เกิดติดไฟ ผู้คนต่างพยายามหนีตายหาทางออกจากประตู แต่เจ้ากรรม ด้วยความกว้างของกระโปรงบานของเจ้าหล่อนดันไปขว้างติดประตูซะนี้(กระโปรงดันใหญ่กว่าประตู)) แถมเอาออกยากซะด้วยสิเพราะมันทำจากโครงเหล็กนี้น่า ซึ่งมันทำให้ทางออกถูกปิดโดยสิ้นเชิง ที่นี้ก็ลองคิดละกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป…ก็ตายยกหมู่สิ

 

อันดับ 5 เดอะ คอร์ซิท (The Corset)

เดอะ คอร์ซิท
เดอะ คอร์ซิท (The Corset) เป็นเสื้อรัดลำตัวสตรี,เสื้อยกทรงรัดรูปของสตรี และชุดชั้นในผู้หญิงที่สวมเพื่อให้สะโพกและหน้าอกเข้ารูปทรง นิยมในช่วงทศวรรษที่ 1830-1839 สมัยวิกตอเรียนที่ตั้งกฎเกณฑ์ศิลธรรมให้ผู้หญิงต้องสั่ง ไม่สั่งถือว่าผู้หญิงคนนั้นสกปรก ต่ำต้อย ไม่มีมารยาทและไม่มีศิลธรรม และสมัยศตวรรษที่ 19นิยมให้สตรีมีเอวคอดกิ่ว อกตั้ง ทำให้เสื้อนี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว   ทำไมมันถึงน่ากลัว? เนื่องจากการใส่คอร์ซิทต้องรัดแน่นมากๆ แน่นจนทำให้กระดูกผิดรูป หรือเราเรียกว่าเอวคอด ซี่โครงจะเจ็บปวดชา อวัยวะเครื่องในจะถูกเคลื่อนย้ายลงต่ำมาถึงก้น ทั้งเป็นสาเหตุให้การไหลของเลือดภายในผิดปกติ ใน1903 มีผู้หญิงที่ตายทันทีเพราะเสื้อรัดลำตัวสตรีที่เป็นเหล็กกระแทกหัวใจของเธอ แต่กระนั้นแฟชั่นนี้ก็ถูกดัดแปลงให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบันมาเป็นชุดชั้นในสุดเซ็กซี่ออกศึกที่นิยมของสาวๆ ทั้งหลาย

อันดับ 4 ฟุตบาดดิ้ง (Footbinding)

 (Footbinding)

ฟุตบาดดิ้ง (Footbinding) เป็นการพันเท้าผู้หญิงให้เป็นรูปดอกบัว เป็นประเพณีปฏิบัติของผู้หญิงจีนโบราณ ซึ่งเป็นที่นิยมในจีนสมัยศตวรรษที่ 8 โดยมันเริ่มมาจากสมัยก่อนจักรพรรดิ์มีเมียหลายคน แต่ไม่ค่อยมีเวลาเอาใจใส่กับเมียน้อยเหล่านี้มากนัก ทำให้หลายนางแอบไปมีชู้ จักรพรรดิจึงใช้วิธีป้องกันโดยการรัดเท้าเพื่อให้พวกเธอเดินเหินไม่สะดวก ซึ่งต่อมากลายเป็นค่านิยมที่ผู้หญิงในวังต้องวัดเท้า ชาวบ้านก็นึกว่าเป็นแฟชั่นของไฮโซเลยทำตามบ้าง จึงกลายเป็นค่านิยมของจีนในที่สุด โดยเกิดวลีว่า “ผู้หญิงที่เท้าเล็ก ยิ่งเซ็กซี่”

ทำไมมันถึงน่ากลัว? กระบวนการพันเท้านั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่เด็กอายุ 5-6 ขวบ โดยคนเป็นแม่จะใช้วิธี หักนิ้วน้อย ๆ สี่นิ้ว แล้วงอย้อนกลับไปทางด้านหลัง แล้วก็เอาผ้ามาพันเอาไว้ โดยจะพันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนได้เท้าที่เล็กตามต้องการ(บางตำราก็เขียนว่าให้เอาเท้าแช่ปัสสาวะและกระเพาะแพะ) นอกจากนี้ผู้ที่ทำการพันเท้า กล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณสะโพกลงไปจะต้องเกร็งมากในการเดินแต่ละครั้ง เมื่อเยื้องย่างด้วยท่าอ้อนแอ้นแลดูสวยงาม จะเกิดความเจ็บปวดแสนสาหัส ราวเข็มพันเล่มกระหน่ำแทงพวกเธอราวกับขุนนรกโลกันต์ เท้าที่ถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นจะเหม็นมากๆ จนเป็นแผลเน่า และเลวร้ายที่สุดคือเธอไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้สะดวกเกิดมีไฟไหม้บ้าน โจรมาข่มขืนละก็คงแล้วแต่ดวงแหละเพราะหนีไม่ได้…เหอๆ

 

อันดับ 3 ฟองตางเก (The Fontange)

The Fontange
ผมทรงฟองตางเก(The Fontange) เป็นการทำเกล้าให้ผมสูงไว้กลางศีรษะ มัดโบเล็กๆ หลายอันด้านหน้า จากนั้นประกบด้วยลูกไม้จีบและมัดมวยผมเป็นแผง 3 – 4 ชั้น วนไล่ขึ้นไปเป็นยอด ด้านหลังกับด้านข้างทิ้งปอยหยิกห้อยและผูกโบว์ยาวซึ่งยิ่งผมสูงยิ่งดีแสดงถึงฐานะ โดยแฟชั่นนี้นิยมในฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 -18

ทำไมมันถึงน่ากลัว? ทรงผมนี้มันติดไฟง่ายครับ ยิ่งงานราตรีที่มีโคมไฟระยิบระย้ายิ่งติดไฟง่ายไปใหญ่แถมเวลาไฟติดบนหัวของเจ้าหล่อนละก็ตัดยากสุดๆ เพราะหัวเธอเต็มไปด้วยวัสดุติดไฟง่ายทั้งนั้น และจากผมก็จะลามมาถึงคอและหน้าและมือ จากสาวสวยกลายเป็นสุเทพ สีใสทันที ซึ่งกรณีนี้เคยเกิดขึ้นกับ Angelique de Fontanges ชู้รักคนโปรดของกษัตริย์อังกฤษคนหนึ่งที่ตายเพราะทรงผมของเธอตัดไปโดนเทียนทำให้หัวของเธอติดไฟ

 

อันดับ 2 ลีด เมคอัพ(Lead Makeup)

Lead Makeup

เป็นการทำให้หน้าขาวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของตะกั่ว ว่ากันว่าต้นกำเนิดมาจากประเทศกรีกในยุคโบราณกว่า2,000 ปีมาแล้ว และนิยมในฝรั่งเศสศตวรรษที่ 14 -19 ซึ่งสังคมนั้นมันชั้นสูงมากๆ แบบใครผิวดำถือว่าเป็นคนไม่มีเงิน(เพราะคนผิวดำมักทำงานหนัก คนผิวขาวไฮโซไม่ต้องทำงาน) ซึ่งคนดังที่ใช้แป้งข่าวทานั้นก็มีสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ

ทำไมมันถึงน่ากลัว? แน่นอนเพราะมันมีส่วนประกอบของตะกั่ว ซึ่งทางอนามัยโลก จัดเป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอยู่แล้ว โดยลีด เมคอัพเครื่องสำอางโบราณนั้นมี ส่วนประกอบคือตะกั่วขาวผสมกับขี้ผึ้ง ไขมันสัตว์ น้ำมันและไข่ขาวซึ่งสารตะกั่วนี้เป็นอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากทำให้เบื่ออาหาร ท้องไส้ปั่นป่วนมึนงง แขนขาชา ตาบอด และหายใจไม่ออก บางครั้งอาจเสียชีวิตได้หรือถ้าร่างกายสะสมตะกั่วมากๆ อาจเป็นมะเร็งได้

โดยในปี 1760 Marie Gunning สตรีชั้นสูงชาวไอริชที่มีชื่อเสียงในด้านหน้าขาวของเธอกลายเป็นเหยื่อรายแรกของการใช้สารตะกั่วพิษ และในปี 1878 คุณนาย Madame Rachel,ก็ตายเพราะพิษของตะกั่วที่ทาบนหน้าเช่นกัน

 

อันดับ 1เดอะ สตีฟ ไฮ คอลล่า (The Stiff High Collar)

เดอะ สตีฟ ไฮ คอลล่า  (The Stiff High Collar)

เป็นคอเสื้อแข็งๆ ใส่เพื่อให้ปกเสื้อสูงขึ้น นิยมใช้กับผู้ชายในศตรรษที่ 19� โดยคอเสื้อจะเป็นสีขาว เวลาใส่ก็เอาชุดเชิ๊ตมาใส่ทับอีกที ทำให้เหมือนเป็นคนขี้โอ่ มีอำนาจ โดยบุคคลสำคัญที่ใส่ก็มี ออสกา ไวลด์Oscar Wildeนักประพันธ์อังกฤษ

ทำไมมันถึงน่ากลัว? ที่เยอรมัน, เดนมาร์ก และดัชท์ เรียกเจ้าปลอกคอนี้ว่า”พ่อมือสังหาร father killer ” ซึ่งดูรูปร่างคงจะทราบแล้วมั้งว่ามันน่ากลัวยังไง คือมันทำให้ทำให้คนสวมหายใจลำบากและอึดอัดที่ลำคอเพราะมันค่อนข้างบีบรัดคอพอสมควร ซึ่งคนสวมมักเสียชีวิตในขณะใส่ชุดนี้ตอนเวลานอนและพอมันรัดคอคนสวมมักตายเพราะขาดอาการหายใจอย่างไม่รู้ตัว และทำให้เกิดฝีในสมอง เวลากินข้าวก็ผ่านลำคอยากแต่ที่ร้ายสุดๆ คือมันเหมือนกิโยตินแบบพกติดตัวคือในปี 1800 ชายคนหนึ่งหัวขาดเพราะคอเสื้อไปเกี่ยวกับรถขณะวิ่ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dek-d.com…

สวยไม่แพ้แบรนด์โลก

สวยไม่แพ้แบรนด์โลก กับ “แฟชั่น” แบรนด์ไทย อลังการระดับพรีเมียม

สวยไม่แพ้แบรนด์โลก เพราะขึ้นชื่อเรื่องงานฝีมือสุดประณีตในกลุ่มสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องความล้ำสมัย

สวยไม่แพ้แบรนด์โลก การสร้างสรรค์ ดีไซน์ พัฒนาผลิตภัณฑ์มากเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ล่าสุด กลุ่มคลัสเตอร์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการไทยด้วยการจัดงานสุดยิ่งใหญ่ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แบรนด์ เมด อิน ไทยแลนด์ แอท ไอคอนสยาม” รวบรวมชิ้นงานมาสเตอร์พีซจากซุปเปอร์แบรนด์ ของ 9 อัตลักษณ์อุตสาหกรรม

ในกลุ่มคลัสเตอร์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ, เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, เครื่องนุ่งห่ม, หัตถอุตสาหกรรม, สิ่งทอ, รองเท้า, หนังและผลิตภัณฑ์หนัง และผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ มาจัดเอ็กซิบิชั่นเพื่อสร้างคันทรีอิมเมจ

เรื่องราวความสำเร็จ ความภาคภูมิใจของคนไทยในรูปแบบไทยสู่สากล โอกาสนี้มีแขกวีไอพีและเซเลบริตี้ร่วมงานคับคั่ง อาทิ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, คุณหญิงโรส-รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, จรินทร์ สุมานนท์, สุมณี คุณะเกษม, ละออ ตั้งคารวคุณ, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, สุรีย์ รัตนหิรัญญา, ดร.อารียา อัศวานันท์, ดร.มาลีรัตน์ – ภูวดี คุนผลิน, พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล, อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, เกรียงไกร เธียรนุกุล ฯลฯ โดยจัดพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

สวยไม่แพ้แบรนด์โลก

“สุพันธุ์ มงคลสุธี” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีแบรนด์สินค้าแฟชั่นไทยได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ ทำให้รสนิยมการบริโภคสินค้าแฟชั่นได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมโลกตะวันออกมากยิ่งขึ้น

ซึ่งการจัดงาน amazing Thailand Brand Made in Thailand at ICONSIAM เป็นการแสดงศักยภาพของสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของ 9 กลุ่มอุตสาหกรรม ภายใต้คลัสเตอร์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

และเป็นการตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางของฐานการผลิตสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งภายใต้แผนงานโครงการ “Made in Thailand” ที่สภาอุตสาหกรรมฯ พยายามจะยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยเกิดความภาคภูมิใจในสินค้าไทย และผู้บริโภคต่างประเทศมีความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย รวมทั้งสร้างเครือข่ายของผู้บริโภคและผู้ผลิตให้เกิดการพัฒนาตลาดของสินค้าไทยร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานสินค้าแบบยั่งยืนต่อไปในอนาคตด้วย

สวยไม่แพ้แบรนด์โลกด้าน “สุริยน ศรีอรทัยกุล” ประธานคลัสเตอร์แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยว่า “นับเป็นความภาคภูมิใจสำหรับผู้ประกอบการไทย เพราะงานนี้สร้างคันทรีอิมเมจที่ดีให้ประเทศ โดยจัดยาว 40 วัน (ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ. – 23 มี.ค. 2562) ส่วนบรรยากาศเปิดงานพบกับไฮไลต์ รีเฟล็กซ์ติ้ง ไทย สะท้อนความเป็นไทยและสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ สร้างมิติงานด้วยการสลักตกแต่งลวดลายอันวิจิตรงดงาม ประดับพลอยอะเกท, พลอยลาปิสลาซูรี, พลอยมาลาไคท์, พลอยทับทิม และมุก ตื่นตาตื่นใจกับเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช สีเหลืองทองอร่ามบริสุทธิ์ จัดสร้างด้วยเทคนิคแบบต่างๆ อันประณีตด้วยฝีมือช่างศิลป์ไทย เพื่อให้ได้เรื่องราวที่มีจิตวิญญาณเป็นรูปธรรมอย่างวิจิตรบรรจง พบกับชิ้นงานมาสเตอร์พีซจากซุปเปอร์แบรนด์ อาทิ แบรนด์ Albedo, กระเป๋าแบรนด์ “PAVA” ผลิตจากผ้าไหมมัดหมี่ทอมือที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์, Rochelle แบรนด์เครื่องหนังจระเข้ไฮเอนด์, เครื่องสำอางมิสทีน กับการเผยโฉม มิสทีนไนน์ ทู ไฟว์ ไดมอนด์อายบราวน์ ไลน์เนอร์ ดินสอเขียนคิ้วสวยคมดุจเหลี่ยมเพชรที่ผ่านการเจียระไน ฯลฯ พร้อมชมแฟชั่นโชว์จาก 9 กลุ่มอุตสาหกรรมโดยนางแบบ นายแบบชั้นนำ ส่วนโปรเจกต์ต่อไปร่วมกับพันธมิตรจัดแฟชั่นรันเวย์ยาวที่สุด 8.9 กม. ในวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2562 ระดมทัพนางแบบกว่า 300 ชีวิต เริ่มเดินตั้งแต่ไอคอนสยาม-ขึ้นบีทีเอสไปสยามพารากอน-สยามเซ็นเตอร์-สยามดิสคัฟเวอรี่ และกลับมาที่สยามพารากอน

สวยไม่แพ้แบรนด์โลก

ด้านสาวเปรี้ยว “ปวริศา เพ็ญชาติ” เผยว่า ส่วนตัวเป็นคนชื่นชอบแบรนด์ไทยทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า แม้กระทั่งเครื่องสำอางยังใช้แบรนด์ไทย ดังนั้นเราต้องสนับสนุนคนไทยด้วยกัน และตัวเองก็รู้สึกว่า ด้วยดีไซน์ หรือรสนิยม ราคาดูสมเหตุสมผล อย่างลุคนี้ ชุดนี้ก็แบรนด์ไทย กระเป๋าแบรนด์ PAVA ของตัวเอง ซึ่งเป็นกระเป๋าทำด้วยผ้าไหมมัดหมี่ทอมือทั้งหมด เพราะต้องการให้กระเป๋าแต่ละใบมีความพิเศษ เพราะผ้าทอมือ ถ้าให้ทอใหม่จะไม่ได้ลายเดิม คือเราอยากให้เป็น unique piece ชิ้นพิเศษ ไม่เหมือนใคร

ปิดท้ายที่สาวเก๋มีสไตล์ “ยุวเรต ศรุตานนท์” กล่าวเสริมว่า ตัวเองพยายามรณรงค์ใช้สินค้าไทยมาตลอด จากตอนเด็กๆ ยอมรับว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับแบรนด์ไทยมากนัก แต่พอโตขึ้นเราก็เห็นว่าสำคัญมาก ต้องช่วยกันส่งเสริมสนับสนุน อย่างเสื้อผ้าตอนนี้ก็ใช้แบรนด์ไทยทั้งหมด และมีหลายแบรนด์อยู่ในดวงใจของเรตค่ะ.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…